วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554
บทความเรื่อง...กู้เงินอย่างไร ไม่ให้ติดกับดักหนี้
เงินด่วนทันใจ ดอกเบี้ยไม่แพง กู้ได้เร็ว... ข้อความโฆษณานี้หลายท่านคงจะคุ้นหูคุ้นตา เพราะใช้โฆษณาตามสื่อต่าง ๆ แน่นอนคงจะหนีไม่พ้นข้อความโฆษณาของสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ในปัจจุบันเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด ซึ่งข้อความโฆษณาดังกล่าวทำให้ประชาชนที่มีฐานะระดับปานกลางและระดับล่างได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากจากการกู้เงินที่มีดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแพงอีกทั้งสารพัดสิ่งล่อใจ เช่น โปรโมชั่นสุดพิเศษ ! รับฟรี !... ที่พร้อมจะดึงคุณให้เป็นหนี้ แค่คุณมีเงินเดือนไม่กี่พันบาทในการขอกู้ เพียงในพริบตาคุณมีเงินก้อนเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ ด้วย จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าของเงินเดือนจนบางครั้งผู้บริโภคอาจลืมดูเงื่อนไขอย่างละเอียดถี่ถ้วนในสัญญา มารู้อีกทีกลายเป็นดินพอกหางหมู นอกจากนี้ยังมีคนที่ใช้สถานที่ หรือทรัพย์สินที่เป็นสาธารณะ เช่น เสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ สะพานลอย ตลอดจนเส้นทางเดินเรือเป็นที่ปิดประกาศโฆษณากู้เงินด่วนโดยไม่บกรายละเอียดหรือข้อเท็จจริงให้ทราบ และจากการที่ผู้เขียนรับโทรศัพท์สายด่วนจากผู้บริโภค 1,166 พบว่า มีผู้บริโภคจำนวนมากที่มีปัญหาเกี่ยวกับเงินกู้ที่กู้จากบริษัทให้สินเชื่อเงินสด ซึ่งทุกรายเชื่อว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัท ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคได้ไปกู้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นสินเชื่อเงินสดจำนวน 20,000 บาท ได้รับเงินในวันที่ทำสัญญาจำนวน 18,990 บาท เพราะถูกหักค่าธรรมเนียมจำนวน 1,010 บาท โดยให้ชำระขั้นต่ำ 1,000 บาท/เดือน ผู้ร้องชำระขั้นต่ำมาโดยตลอด บางเดือนจ่ายมากกว่าขั้นต่ำ ซึ่งชำระมาแล้ว 14-16 งวด แต่เงินต้นยังเหลือ 19,700 บาท เมื่อโทรสอบถามไปยังบริษัทได้รับคำตอบว่ามีค่าติดตามค่าปรับ และค่าอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย จากกรณีดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขอแนะผู้บริโภคที่ตัดสินใจจะทำสัญญาเงินกู้หรือผู้บริโภคที่คิดจะกู้เงินจากสถาบันการเงินควรคำนึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้ 1.เปรียบเทียบรายละเอียดของผู้ให้กู้ค่ายต่าง ผู้บริโภคต้องเปรียบเทียบรายละเอียดของสถาบันการเงินรายต่าง ๆ ที่ให้บริการสินเชื่อบุคคลเพราะแต่ละแห่งย่อมมีโปรโมชั่นและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน 2.ระยะเวลา-วงเงินให้กู้ สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะกำหนดระยะเวลาเงินกู้อยู่ที่ 1-5 ปี เป็นหน้าที่ของผู้บริโภคจะเลือกระยะเวลาเงินกู้กี่ปี และกำลังการผ่อนชำระของตัวเองว่าอยู่ในระดับไหน 3.ดอกเบี้ย ไม่ว่าจะกู้มาเพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม ดอกเบี้ยเป็นสิ่งแรกที่ต้องควรคำนึง ที่ต้องระวัง สถาบันการเงินมักจะโฆษณาประกาศเฉพาะอัตราดอกเบี้ยถูกแสนถูกในระยะเวลาโปรโมชั่น แต่อัตราที่ชาร์ทหลังระยะโปรโมชั่นไปแล้ว ส่วนมากจะเงียบกริบ นั่นเป็นหน้าที่จะต้องถามไถ่จากเจ้าหน้าที่เพื่อให้รายละเอียด 4.อ่านเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ให้ถี่ถ้วน บ่อยครั้งที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจ และไม่ได้อ่านเงื่อนไขสัญญาให้ถี่ถ้วนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เพราะบางครั้งสถาบันการเงินมักจะจูงใจล่อใจผู้กู้ด้วยการประโคมอัตราดอกเบี้ยที่เป็นระยะโปรโมชั่น จนผู้กู้บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นอัตราเท่านี้ตลอดสัญญากู้ หรือบางครั้งก็ชาร์ทอัตราดอกเบี้ยในอัตราถูกจริง แต่เพียงคุณชำระล่าช้า หรือทำผิดเงื่อนไขนิดหน่อย คุณต้องถูกชาร์ทดอกเบี้ยอีกอัตราหนึ่ง 5.ค่าธรรมเนียม นอกจากอัตราดอกเบี้ยจะเป็นสิ่งที่ผู้กู้ต้องดูให้ถี่ถ้วนแล้ว ค่าธรรมเนียม ประเภทต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายยังเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรลืมสำรวจหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ให้ละเอียดถี่ถ้วนด้วยค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดสินเชื่อ ค่าปรับกรณีชำระล่าช้า และค่าธรรมเนียม การใช้สินเชื่อก่อนครบกำหนดชำระคืน 6.ทบทวนวัตถุประสงค์ก่อนกู้ บางคนตัดสินใจเป็นหนี้ด้วยวัตถุประสงค์ผิด ๆ เช่น กู้มาซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ กู้เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ กู้เพื่ออยากได้เสื้อแบรนด์เนมคอลเลคชั่นใหม่ และอีกหลายอย่างที่สร้างความสะดวกสบายแก่ตัวเอง จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคไม่มากก็น้อยอีกทั้งน่าจะทำให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงผลดี ผลเสียที่จะตามมาจากการกู้เงินกับสถาบันการเงิน ดังนั้น สคบ. ใคร่ขอเตือนผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ขอบริษัทหรือกลุ่มผู้ที่เคยใช้สินเชื่อเงินสด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและความเดือดร้อนในภายหลังฉะนั้นก่อนจะตกลงปลงใจกู้เงินแต่ละครั้งคิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน ทบทวนจุดมุ่งหมายในการกู้เงินที่สำคัญผู้บริโภคควรมีวินัยในการใช้เงินเพื่อการกู้ในนาครจุได้ไม่ติดหลุมพรางกับดักหนี้
ป้ายกำกับ:
เงินกู้,
เงินด่วนทันใจ,
บัตรกดเงินสด,
บัตรเครดิต
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)