วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กลโกงบัตรเครดิต ควรรู้ไว้

*รู้ไว้ป้องกันกลโกง :
ลโกงบัตรเครดิตโดยใช้บัตรหมดอายุ
* กลโกงบัตรเครดิตที่ 1*
เพื่อนคนหนึ่ง ไปใช้บริการ fitness เขาเอากระเป๋าเสื้อผ้า รวมทั้งกระเป๋าเงินใส่ไว้ในล็อกเกอร์ เมื่อออกกำลังการเสร็จกลับมาที่ ล็อกเกอร์ ก็พบว่า ล็อกเกอร์เปิดอยู่ เขาคิดว่า "เอ ก่อนออกไปก็ดูว่า ปิดดีแล้วนี่หน่า" เพื่อนรีบใส่เสื้อผ้าแล้วรีบเช็คดูของในกระเป๋าเงิน เงินก็อยู่ครบ บัตรเครดิตมีกี่ใบก็อยู่ครบ เพื่อนก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าคงลืมปิดล็อก เกอร์เองจริงๆ ถ้ามีคนมางัดมันคงเอาเงินเอาบัตรไปแล้ว หลายอาทิตย์ต่อมา เมื่อ statement บัตรเครดิตมาถึง ปรากฎยอดใช้จ่ายแสนสี่เท่านั้นเอง หา แสนสี่ !!! เพื่อนรีบโทรหา แบงก์ทันทีแล้วก็โวยวายทันที่ว่า เกิดมาไม่เคยคิดฝันจะใช้จ่ายได้ ขนาดนั้น ทางแบงก์ก็เช็คดูก็เห็นว่า system ไม่มีอะไรผิด มียอดใช้็ จ่ายเข้ามาจริงๆ แล้วก็บอกให้เพื่อนเช็คดูว่าบัตรโดนขโมยหรือเปล่า เพื่อนก็บอกสวนไปเลยว่า "เปล่าบัตรยังอยู่เลย" ว่าแล้วก็เปิดกระเป๋า ควักบัตรมาดู นั่นเลย บัตรที่บอกว่าอยู่มันบัตรคนอื่นนี่หว่า บัตรแบงก์ เดียวกันเลย หน้าตาเหมือนกันเลย แต่มันเป็นของคนอื่น แล้วก็หมดัตร อายุแล้วด้วย ไอ้ขโมยมันเปิดล็อกเกอร์ แล้วก็เอาบัตรหมดอายุมาไว้ร แทน แล้วก็เอาบัตรของเพื่อนไปใช้ และในเมื่อเพื่อนก็ไม่ได้แจ้งอา ยัติบัตรกับทางแบงก์ แบงก์ก็ไม่บันทึกเข้าไปในระบบบัตรหาย เวลา ขโมยไปรูดที่ไหน เดื๋ยวนี้ก็รู้กันว่าร้านค้า เวลาเช็คลายเซ็นก็ไม่ดูมาก เซ็นคล้ายๆ ก็ผ่าน แล้ว ขโมยมันค่อยๆ รูด วันละนิดวันละหน่อย (มีเวลานานนี่ ตั้งหลายๆ วัน บาง Case หลายอาทิตย์ กว่า statement จะมา) รวมกันหลาย วันก็เป็นแสนได้ แบงก์ก็แจ้งว่า ในข้อตกลงของบัตรเครดิต ถ้ามีการ ใช้บัตรขโมย โดยเจ้าของบัตรไม่ได้แจ้งอายัติบัตร เจ้าของบัตรจะาร ต้องรับผิดชอบชดใช้ยอดนั้นๆ บทเรียนจากกรณีนี้ ไอ้ที่บอกว่าให้เช็คบัตรดูให้ดี มันของแน่อยู่แล้ว
ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเพิ่มเติม
1. อย่าถือบัตรเครดิตหลายๆ ใบ เลือกเอาเจ้าที่คิดว่าบริการดีที่สุด 1- 2 ใบ แล้วยกเลิกบัตรที่เหลือไปซะ ถึงขโมยมันจะเปลี่ยนบัตรไป เมื่อคุณเอาบัตรมาใช้คราวต่อไป (อาจจะเป็นวันเดียวกันหรือวันถัด ไป) คุณก็จะรู้ว่าบัตรโดนขโมยไป ถ้าถือบัตรหลายใบ ขโมยมันแค่ดูที่ล้ว รอยรูดก็รู้ว่า บัตรใบนั้นใช้บ่อยหรือไม่ มันจะเลือกใบที่ไม่มีรอยรูด เพราะรู้ว่าคุณไม่ค่อยได้สนใจใช้
2. พยายามทำบัตรเครดิตของตัวให้มีข้อสังเกตพิเศษ ไม่เหมือนใคร เช่น PhotoCard มีรูปตัวเอง รูปหมา รูปแมวบนบัตรอ, บัตรมีรอยบิ่นูป นิดหน่อยย, บัตรมี sticker ส่วนตัวแปะอยู่ (เดี๋ยวอ่าน กรณีที่ 2 จะเห็น ว่ามีประโยชน์)
3. ในเมืองไทย ถ้าขโมยได้บัตรเครดิตไป โดยเจ้าของบัตรรู้และแจ้ง อายัติ จะเอาไปใช้ในเมืองไทยไม่ค่อยได้ ขโมยจึงต้องการช่วงเวลา ก่อนที่เจ้าของบัตรจะรู้ตัวให้นานที่สุด และปัจจุบันเครือข่ายบัตร เครดิตปลอมมันเป็นพวก Inter มัน copy ข้อมูลบัตรไปให้พวกมันใน ประเทศอื่นช่วยกันใช้ได้ด้วย
* กลโกงบัตรเครดิตที่ 2*
เพื่อนอีกคนไปกินอาหารในภัตตาคารแล้วก็จ่ายค่าอาหารด้วยบัตร เครดิต โดยมอบให้บ๋อยภัตตาคารเอาไปรูด เมื่อบ๋อยเอาบัตรเครดิต มาคืน โดยปกติเพื่อนก็จะเก็บเข้ากระเป๋าเลยไม่เช็คมาก แต่วันนั้นร โชคดี เพื่อนดันสังเกตว่าบัตรที่บ๋อยคืนมามันเป็นบัตรของคนอื่นที่หน้า ตาของบัตรเหมือนกันเด๊ะ แต่หมดอายุแล้ว ตอนแรกเพื่อนก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าเป็นความผิดพลาดของ Cashier จึงเรียกบ๋อยมาบอกว่าหยิบบัตรผิดมาให้ แต่มันน่าสังเกต ว่า บ๋อยไม่มีท่าทีประหลาดใจอะไรเลย มันหยิบบัตร ขอโทษ แล้วเดินี่ กลับไปหา Cashier ทำมือโบกบัตรให้ Cashier ดู Cashierก็ไม่ทำ ท่าประหลาดใจใดๆ รีบหยิบบัตรของเพื่อนเปลี่ยนให้แบบเฉยเมย ไม่ิ พูดอะไรกันสักคำ บ๋อยก็เอาบัตรของเพื่อนมาคืนให้แล้วขอโทษ ใช่ิ แล้ว มันเป็นพวกขโมยบัตรเครดิต ถ้าเราไม่เช็คบัตรแล้วกลับไป มันี่ อาจมีเวลาถึง 24 ชั่วโมงในการใช้บัตรของคุณ ก่อนที่คุณจะใช้บัตรครั้งต่อไปแล้วพบว่าวงเงินเต็ม
บทเรียนจากกรณีนี้
1. เช็คบัตรเครดิตที่คืนมาทุกครั้ง แม้ว่าบัตรจะพ้นสายตาของเราไป เพียงแค่แวบเดียวก็ตาม 2. พยายามทำบัตรเครดิตของตัวให้มีข้อสังเกตพิเศษ ไม่เหมือนใคร เช่น PhotoCard มีรูปตัวเอง รูปหมา รูปแมวบนบัตรอ, บัตรมีรอยบิ่นูป นิดหน่อยย, บัตรมี sticker ส่วนตัวแปะอยู่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น